วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Theory of Cooperative or Collaborative Learning)

ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Theory of Cooperative or Collaborative Learning)
บริหารการศึกษา กลุ่มดอนทอง52( http://dontong52.blogspot.com/) ได้กล่าวถึง ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เป็นการเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อย โดยมีสมาชิกกลุ่มที่มีความสามารถแตกต่างกัน ช่วยกันเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายของกลุ่ม นักศึกษาคนสำคัญ ได้แก่ สลาวิน เดวิดจอห์นสัน และรอเจอร์ จอห์สัน
        1. องค์ประกอบของการเรียนรู้แบบร่วมมือ
1) การพึ่งพาและเกื้อกูลกัน
2) การปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด
3) ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ของสมาชิกแต่ละคน
4) การใช้ทักษะการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและทักษะการทำงานกลุ่มย่อย
5) การวิเคราะห์กระบวนการกลุ่ม
         2. ผลของการเรียนรู้แบบร่วมมือ
1) มีความพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายมากขึ้น
2) มีความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนดีขึ้น
3) มุขภาพจิตดีขึ้น
        3. ประเภทของกลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมือ
1) กลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมืออย่างเป็นทางการ
2) กลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมือย่างไม่เป็นทางการ
3) กลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมืออย่างถาวร
ติวเตอร์  โก โฮม  (http://www.tutorgohome.com/otherarticlesz/888-ทฤษฎีการเรียนรู้.html)  ได้กล่าวไว้ว่า  แนวคิดของทฤษฏีนี้ คือ  การเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อยโดยมีสมาชิกกลุ่มที่มีความสามารถแตกต่างกันประมาณ 3 – 6 คน  ช่วยกันเรียนรู้เพื่อไปสู่เป้าหมายของกลุ่ม  โดยผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในลักษณะแข่งขันกัน  ต่างคนต่างเรียนและร่วมมือกันหรือช่วยกันในการเรียนรู้
นอกจากนั้นแล้วทฤษฎีการเรียนรู้ยังสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ
               1. ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐาน
               2. ทฤษฎีจากกลุ่มพฤติกรรมนิยม
               3. กลุ่มความรู้ (Cognitive)
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีการศึกษานั้นเป็นทฤษฎีที่ได้จาก 2 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มพฤติกรรม (Behaviorism)เจ้า ของทฤษฎีนี้คือ พอฟลอบ (Pavlov) ทฤษฎีการวางเงื่อนไข (Conditioning Theory) กล่าวไว้ว่า ปฏิกริยาตอบสนองอย่างใดอย่างหนึ่งของร่างกายของคนไม่ได้มาจากสิ่งเร้าอย่าง ใดอย่างหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว สิ่งเร้านั้นก็อาจจะทำให้เกิดการตอบสนองเช่นนั้นได้ ถ้าหากมีการวางเงื่อนไขที่ถูกต้องเหมาะสม
2. กลุ่มความรู้ (Cognitive) นัก จิตวิทยากลุ่มนี้เน้นความสำคัญของส่วนรวม ดังนั้นแนวคิดของการสอนซึ่งมุ่งให้ผู้เรียนมองเห็นส่วนรวมก่อน โดยเน้นเรียนจากประสบการณ์ (Perceptual experience)ทฤษฎีทางจิตวิทยาของกลุ่มนี้ซึ่งมีชื่อว่า Cognitive Field Theory
 สมปอง   จันทคง ( http://www.kroobannok.com/blog/35261) ได้กล่าวถึง ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ  คือการเรียนรู้กลุ่มย่อยโดยสมาชิกกลุ่มที่มีความสามารถแตกต่างกันประมาณ  ๓-๕ คนช่วยกันเรียนรู้เพื่อไปสู่เป้าหมายของกลุ่ม  เป็นแนวคิดของ          สลาวิน   เดวิด  จอห์นสัน  และรอเจอร์  จอห์นสัน  มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนมี  3  ลักษณะ คือ
1.  ลักษณะของการแข่งขัน  ในการศึกษาเรียนรู้  เพื่อให้ได้คะแนนดี  ได้รับยกย่อง  หรือได้รับการตอบแทนในลักษณะต่าง ๆ
 2.  ลักษณะต่างคนต่างเรียน  รับผิดชอบในการเรียนของตนเองให้เกิดการเรียนรู้  ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่น
3.  ลักษณะร่วมมือกันหรือช่วยกันในการเรียนรู้  คือ  แต่ละคนต่างก็รับผิดชอบในการเรียนรู้ของตนเอง  และช่วยเพื่อนสมาชิกอื่นเรียนรู้ด้วย  ในปัจจุบันมักส่งเสริมการเรียนรู้แบบแข่งขันซึ่งอาจมีผลทำให้ผู้เรียนเกิดความเคยชินต่อการแข่งขันเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์มากกว่าร่วมมือแก้ปัญหา  แต่ก็ให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้ง  3  ลักษณะ
องค์ประกอบของการเรียนรู้แบบร่วมมือมี  5  องค์ประกอบ
1.  การพึ่งพาและเกื้อกูลกัน  (positive interdependence)  สมาชิกในกลุ่มมีความสำคัญทุกคน  ความสำเร็จของกลุ่มขึ้นอยู่กับสมาชิกทุกคนในกลุ่ม  สมาชิกจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อกลุ่มประสบความสำเร็จ  ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ของตนและในขณะเดี่ยวกันก็ช่วยเหลือสมาชิกคนอื่นๆ ด้วย เพื่อประโยชน์ร่วมกัน
2.  การปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด  (fact –to-face promotive interaction)  สมาชิกมีการพึ่งพาช่วยเหลือกัน  เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันในการช่วยเหลือให้กลุ่มบรรลุเป้าหมาย  สมาชิกกลุ่มจะไว้วางใจ ห่วงใย ส่งเสริม ช่วยเหลือกัน เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน
3.  ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ของสมาชิกแต่ละคน  สมาชิกทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถไม่มีใครได้รับประโยชน์โดยไม่ทำหน้าที่ของตน  ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบผลงานทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม  มีการทดสอบรายคน รายกลุ่ม  สังเกตพฤติกรรมผู้เรียนในกลุ่ม  จัดให้มีผู้สังเกตการณ์  การให้ผู้เรียนสอนกันและกัน
4.  การใช้ทักษะการปฏิสัมพันธ์ระห่างบุคคลกับการทำงาน การเรียนรู้แบบร่มมือจะประสบคามสำเร็จได้ต้องอาศัยทักษะหลายประการ เช่น  ทักษะทางสังคม  ทักษะการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ทักษะการทำงานกลุ่ม  ทักษะการสื่อสาร  ทักษะการแก้ปัญหาคามขัดแย้ง  มีความเคารพ  ยอมรับ  และไว้วางใจซึ่งกันและกัน  ซึ่งครูควรสอน/ฝึกให้แก่ผู้เรียนเพื่อให้การดำเนินงานไปได้
5.  การวิเคราะห์กระบนการกลุ่ม (group processing)การเรียนรู้แบบรวมมือต้องมีการวิเคราะห์กระบวนการทำงานของกลุ่มเพื่อช่วยให้กลุ่มเกิดการเรียนรู้และปรับปรุงการทำงานของกลุ่ม  พฤติกรรมสมาชิกกลุ่ม  ผลงานกลุ่ม  การวิเคราะห์การเรียนรู้อาจทำได้ทั้งครูและผู้เรียน  กลุ่มต้องได้รับข้อมูลป้อนกลับ  ช่วยฝึกทักษะการคิด  สามารถประเมินการคิดและพฤติกรรมของตนเองได้  ผลดีของการเรียนรู้แบบร่วมมือ
สรุป
  ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ(Theory of Cooperative or Collaborative Learning)  แนวคิดของทฤษฏีนี้ คือ  การเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อยโดยมีสมาชิกกลุ่มที่มีความสามารถแตกต่างกันประมาณ 3 – 6 คน  ช่วยกันเรียนรู้เพื่อไปสู่เป้าหมายของกลุ่ม  โดยผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในลักษณะแข่งขันกัน  ต่างคนต่างเรียนและร่วมมือกันหรือช่วยกันในการเรียนรู้
 ที่มา
บริหารการศึกษา กลุ่มดอนทอง52 .[online]http://dontong52.blogspot.com/.จิตวิทยาการศึกษา เข้าถึงเมื่อ 2 กันยายน 2558.
สมปอง   จันทคง. [online]http://www.kroobannok.com/blog/35261.ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหลักการและวิธีการสอน. เข้าถึงเมื่อ 2 กันยายน 2558.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น